Customize Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorized as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

No cookies to display.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

No cookies to display.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

No cookies to display.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

No cookies to display.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

No cookies to display.

จุดเริ่มต้นของ.. Tea (ชา)

          คำว่า “ชา” คนไทยใช้เรียกกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ซึ่งมีหลักฐานกล่าวถึงการดื่มชา ว่าเริ่มตั้งแต่สมัยสุโขทัยช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับจีน ปรากฏหลักฐานชัดเจนคือจาก จดหมายเหตุ โดย ลาลูแบร์ราชฑูตฝรั่งเศส ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พูดถึงการดื่มชาในสยามว่าดื่มเฉพาะในกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น ถือเป็นมารยาทผู้ดีอันจำเป็นต้องนำน้ำชามาเลี้ยงผู้มาเยี่ยม

          โดย ชา มาจาก พืชตระกูลคาเมเลีย ไซเนนซิส (Camellia sinensis) ถิ่นกำเนิดอยู่ใน จีน และ อินเดีย ลักษณะต้นเป็นพุ่ม ใบเขียว “ส่วนของต้นชาที่นำมาเป็นเครื่องดื่มจะอยู่ส่วนบนสุดของต้น” ซึ่งเป็น ใบอ่อน เป็นส่วนที่มีคุณภาพดีที่สุด เครื่องมือในการเก็บใบชาที่ดีที่สุดก็คือ มือของเรานั่นเองค่ะ

          มีตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อหลายพันปีมาแล้วคนจีนได้เริ่มดื่มชา โดยมีที่มาจาก จักรพรรดิเสิน-หนง (Emperor Shen Nung) ขณะทรงต้มน้ำร้อนได้มีใบชาปลิวตกลงในหม้อน้ำเดือด ทรงชิมดูพบว่ามีรสชาติดีและมีกลิ่นหอม จากนั้นมาชาก็เป็นที่รู้จักและนิยมดื่มกันทั่วไป

          ชาเดินทางจากจีนสู่ยุโรปครั้งแรกที่ฮอลแลนด์ ประมาณปี ค.ศ.1606 โดยเรือของบริษัทดัทช์อีสต์อินเดียของฮอลแลนด์ ในยุคนั้นใบชาเป็นของแพงและเป็นเครื่องดื่มเฉพาะในราชสำนักและชนชั้นสูง

           ค.ศ.1652 ชาเข้าสู่อังกฤษ ได้รับความนิยมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ตลาดชาผูกขาดโดยบริษัทอีสต์อินเดียของอังกฤษ ท่ามกลางความต้องการสูงแต่จีนกลับขายชาคุณภาพต่ำให้อังกฤษ และกระทำผ่านตัวแทนจักรพรรดิ์จีน จะแลกเปลี่ยนใบชากับเงินเท่านั้น อังกฤษจึงนำฝิ่นมาขายในจีน เพื่อแปรเป็นเงินซื้อใบชากลับไป

ชา มีกี่ประเภท?

          ชา เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา (Camellia sinensis) นำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลากหลายจึงมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการแปรรูป และนอกจากนี้ “ชา” ยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ทำจากพืชตากแห้งชนิดต่าง ๆ นำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อน โดยเรารู้จักกันแพร่หลายในชื่อ “ชาสมุนไพร” เช่น ชาจากตะไคร้แห้ง ชาจากดอกกาแฟ ชาจากใบหม่อน ชาจากใบเตยอบแห้ง เป็นต้น

          ชา ถูกจัดประเภทตามกระบวนการแปรรูป หลังจากการเก็บเกี่ยว ใบของต้นชาจะถูกทิ้งให้สลด และ “บ่ม” โดย ทำให้เอนไซม์ในใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับออกซิเจนในอากาศ ใบชาจะมีสีเข้มขึ้น คลอโรฟิลล์ในใบชาจะแตกตัว กลายเป็นสารแทนนินที่ให้รสฝาด ต่อจากนั้น ต้องหยุดการทำงานของเอนไซม์ โดยใช้ความร้อน เพื่อให้หยุดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทั้งนี้หากไม่ระมัดระวังในการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาอาจขึ้นรา เกิดปฏิกิริยาสร้างสารพิษที่อาจเป็นสารก่อมะเร็งขึ้นได้ รวมทั้งทำให้รสชาติเสียไป และอาจเป็นอันตรายต่อการบริโภค

          ชา แบ่งประเภทตามกระบวนการแปรรูป ได้ 6 ประเภท คือ ชาขาว ชาเหลือง ชาเขียว ชาแดง ชาอู่หลง ชาดำ และชาเบลนด์ ซึ่งชาทุกชนิดสามารถทำมาจากต้นชาต้นเดียวกัน แต่ผ่านกรรมวิธีแตกต่างกันออกไป ดังนี้

          ชาขาว : ผลิตจากตูมและยอดอ่อนของต้นชา แหล่งเพาะปลูกชาขาวที่มีชื่อเสียงอยู่ที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของประเทศจีน กรรมวิธีผลิตชาขาวเริ่มจากการเลือกเก็บยอดอ่อนชาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นนำยอดชาที่เก็บได้มาผ่านกระบวนการทำแห้งในระยะเวลาที่รวดเร็ว ด้วยวิธีธรรมชาติโดยอาศัย ลม แสงแดด หรือความร้อน แต่ไม่ได้บ่ม เมื่อชงชาแล้วจะได้ครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อน

          ชาเหลือง : มีเฉพาะเมืองจีน จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมโดยทั่วไป เกิดจากการเก็บใบชาเหมือนกัน เก็บแล้วนำมาม้วนเพื่อเก็บน้ำมันใบชาไว้ เพื่อทำให้รสชาติเพิ่มขึ้น สีเปลี่ยน พอม้วนเสร็จก็นำไปทำให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วก็จะได้ชาเหลือง สีใกล้เคียงกับชาเขียว แต่จะออกสีเหลืองกว่าเล็กน้อย เวลาม้วนใบชาน้ำมันก็ยังอยู่ในใบชา เป็นการเก็บน้ำมันไว้เพื่อให้ออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศในภายหลัง ชาเหลืองเหมาะสำหรับการดื่มคู่อาหารจีนทุกชนิด สารที่อยู่ในชาเหลืองจะช่วยกำจัดไขมันที่ค่อนข้างมีมากในอาหารจีน และช่วยส่งเสริมรสชาติอาหารจีนให้ดียิ่งขึ้น

          ชาเขียว : ผลิตจากใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลดและไม่ได้บ่ม ไม่ผ่านการหมัก เมื่อชงจะได้น้ำชาจะเป็นสีเขียวหรือเหลืองอมเขียว ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณสมบัติในการต้านทานโรคได้นานาชนิดจึงเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ บางครั้งมีรสอุมามิจนถึงรสหวานที่รับรู้ได้เฉพาะบางคนเท่านั้น น้ำมันในตัวชาเขียวผ่านการกลั่นมีผลดีต่อร่างกาย ในประเทศไทยจะมีการแต่งกลิ่นเพื่อให้เกิดความน่ารับประทานมากขึ้น

          ชาแดง : ใบของชาเขียวที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการหมักบ่มมาแล้ว โดยที่ใบชาและน้ำชาที่ได้มานั้นเป็นสีแดง สีแดงเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีน้ำตาลแดง ในประเทศจีน ชาแดงที่มีชื่อได้แก่ อันฮุยฉีหง, หยุนหนานเจิ้นหง, หูเป่ยเซวียนหง, ซื่อชวนชวนหง

          ชาอู่หลง : ใบชาที่ทิ้งให้สลด นวด และบ่มเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นชาประเภทกึ่งหมักหรือชาที่ผ่านการหมักเพียงบางส่วน ทำให้มีสี กลิ่นหอม และ รสชาติ อยู่ระหว่าง ชาเขียว และ ชาดำ

          ชาดำ : ใบชาที่ทิ้งให้สลด (อาจมีการนวดอย่างแรง) และเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบรูณ์ (Completely-fermented tea) เป็นชาที่นิยมมากที่สุดในยุโรป เพราะชาดำเหมาะสำหรับรสชาติทั่วไป และแทนที่ชาเขียวเกือบสมบูรณ์ การผลิตชาดำผ่านขั้นตอนการแปรรูปมากที่สุด ผลิตผลที่ได้ คือ ใบชาสีน้ำตาลดำ

          ชาเบลนด์ : ( Blends) คือชาที่เกิดจากการนำใบชาตั้งแต่สองชนิดมาผสมเข้าด้วยกันหรือเป็นการผสมส่วนผสมอื่น ๆ ที่มิใช่ชาเช่นดอกไม้ น้ำมันหอม ผลไม้แห้ง ซึ่งส่งผลให้ชาเกิดกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มรสชาติหรือเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้มีชาอีกหลายตัวที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาใหม่เช่น ชาปรินซ์ ออฟ เวลส์ (อังกฤษ: Prince of Wales tea) ซึ่งเป็นชาที่ปรุงแต่ขึ้นเพื่อเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งเวลส์ และชาเอิร์ลเกรย์ซึ่งปรุงแต่งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2

และสุดท้าย เวลาจัดประเภทชามักจะถูกพูดถึง ชาหมัก: ซึ่งก็คือชาเขียวที่ผ่านกระบวนการหมักนานนับปี

“ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากน้ำ!”

เครดิต ที่มา :
http://www.lib.ru.ac.th/tea/cha.html
https://th.wikipedia.org/wiki/
https://bit.ly/2UaIb6f
https://bit.ly/2U9eC52
https://bit.ly/2V3KO69
http://www.refresherthai.com/article/teaMade.php
http://web2.mfu.ac.th/other/teainstitute/?page_id=131&lang=th